คำถามที่พบบ่อย

Fact Sheet and Frequently Asked Questions: เครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดีย ตัดหวาน ตัดมัน ต่อชีวิต 

ความรู้พื้นฐานและคําถามที่พบบ่อย เครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดีย
Indian Gooseberry Extract Powder Drink: Super Sugar Cut Drink

บทนํา
ภาวะน้ำตาลและไขมันในเลือดสูงอาจเกิดขึ้นในร่างกายโดยที่คุณไม่รู้ตัว เป็น ต้นเหตุของโรคเบาหวาน และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ (NCDs) และอาจ นำไปสู่โรคร้ายแรง รวมถึงอัมพฤกษ์ อัมพาตได้

คนไทยเสียชีวิตด้วยโรคเบาหวานมากถึง 200 คนต่อวัน ส่วนหนึ่งเกิดจากพฤติกรรมการกินอาหารติดหวานติด มัน เช่น การติดขนมขบเคี้ยว น้ำอัดลม ชาเย็น หรือกาแฟเย็น การชอบกินของหวานหลังมื้ออาหารหลัก การกิน ข้าวแป้งมากเกินความต้องการของร่างกาย และการกินมื้อดึก

องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนําไม่ควรกินน้ำตาลเกิน 6 ช้อนชา หรือ 24 กรัม ต่อวัน แต่พฤติกรรมคนไทย กินน้ำตาลในอาหารและขนมรวมมากกว่าที่แนะนำถึง 3 เท่า จึงทําให้อัตราการเป็นเบาหวานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

พฤติกรรมกินหวานกินแป้งมีผลให้ฮอร์โมน "อินซูลิน" ที่สร้างจากตับอ่อน ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลใน เลือดให้เป็นปกติและนำน้ำตาลในเลือดไปใช้เป็นพลังงาน ทำงานหนักขึ้น เมื่อน้ำตาลสะสมในเลือดสูงเป็น เวลานานทําให้เกิด "ภาวะดื้ออินซูลิน" กล่าวคือการตอบสนองต่ออินซูลินลดลง นําไปสู่โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ใน ที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อร่างกายดื้ออินซูลิน การดึงน้ำตาลในเลือดไปใช้สร้างพลังงานจะลดลง ร่างกายจะ ตอบสนองโดยการให้ตับสร้างไขมันขึ้นมาใช้เป็นพลังงานทดแทน ส่งผลให้เกิดไขมันพอกตับ และไขมันสูงใน หลอดเลือด การดูแลตนเองปรับพฤติกรรมการกินอาหารสามารถช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคเหล่านี้ได้

ชนิดของเบาหวาน 
เบาหวานแบ่งออกเป็น 4 ชนิด ตามสาเหตุการเกิดโรค
1. โรคเบาหวานชนิดที่ 1 (Type 1 diabetes mellitus, TIDM)
เกิดจากเซลล์ตับอ่อนถูกทําลายโดยภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทําให้ขาดอินซูลิน มักพบในเด็ก 
2. โรคเบาหวานชนิดที่ 2 (Type 2 diabetes mellitus, T1DM) เป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุดมากกว่า 95% เกิดจากภาวะดื้ออินซูลิน เนื่องจากอายุที่เพิ่มขึ้น ภาวะอ้วน ขาดการออกกําลังกาย และพฤติกรรมการกินอาหารหวานมัน มักพบในวัยผู้ใหญ่ 
3. โรคเบาหวานที่มีสาเหตุจําเพาะ(Specific types of diabetes due to other causes)เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น โรคทางพันธุกรรม โรคของตับอ่อน โรคทางต่อมไร้ท่อ และยาบางชนิด 
4. โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational diabetes mellitus, GDM)เกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์ มักเกิดเมื่อไตรมาส 2-3 ของการตั้งครรภ์ ในบางรายเมื่อคลอดบุตรแล้ว อาจยังคงเป็นโรคเบาหวานต่อ

น้ำตาลในเลือดกับระบบภูมิคุ้มกัน
การกินน้ำตาล 1 ช้อนชา ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันลดลง 50% ใน 6 ชั่วโมง เนื่องจากน้ำตาลมีผลรบกวนกระบวนการ ต้านเชื้อโรคและการต้านการอักเสบของร่างกาย นอกจากนี้น้ำตาลยังเป็นอาหารชั้นดีของเชื้อโรค รวมถึงไวรัสและแบคทีเรียต่างๆ ด้วยเหตุนี้ ผู้ป่วยเบาหวานที่มีน้ำตาลสะสมสูงจึงมีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายกว่าคนทั่วไปและเมื่อ ติดเชื้อแล้วอาจมีอาการรุนแรงจนถึงขั้นตัดแขน ตัดขา หรือเสียชีวิตได้

ระดับน้ำตาลในเลือดเท่าไหร่ ที่เรียกว่าปกติ
หลายคนจะคุ้นเคยกับการอดอาหาร 8 ชั่วโมงเพื่อเจาะเลือดวัดระดับน้ำตาลในเลือด" (FBS, Fasting blood sugar) แต่รู้หรือไม่ว่ามีอีกหนึ่งค่าที่เรียกว่า "ระดับน้ำตาลสะสม" หรือ HbA1c (Hemoglobin Alc, ฮีโมโกลบิน เอวัน) คือ ระดับน้ำตาลสะสมในเลือดช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา เพื่อวัดความสามารถในการควบคุมระดับ น้ำตาล ซึ่งการลดอาหารหวาน 2-3 วันก่อนเจาะเลือดอาจทําให้ระดับน้ำตาลในเลือดดูเป็นปกติ แต่ไม่สามารถลด ระดับน้ำตาลสะสม HbA1c ได้ ดังนั้นหากระดับน้ำตาลสะสม HbA1c อยู่ในช่วงปกติ แสดงว่าสามารถควบคุม ระดับน้ำตาลได้ต่อเนื่องจริง โดยส่วนใหญ่แล้วแพทย์จะเจาะวัดทั้ง 2 ค่าเพื่อดูแนวโน้มการเป็นเบาหวานควบคู่กัน
  ระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร 8 ชั่วโมง ระดับน้ำตาลสะสม HbA1c
ปกติ < 100 มก./ดล. < 5.7%
เสี่ยงเป็นเบาหวาน  100 - 125 มก./ดล. 5.7 - 6.4%
เป็นเบาหวาน ≥126 มก./ดล. 6.5%

ปัจจุบันเริ่มพบภาวะเบาหวานในวัยรุ่น วัยหนุ่มสาวมากขึ้น ซึ่งมีความรุนแรงมากกว่าคนอายุมาก โรคเบาหวาน นับเป็นโรคที่รักษาด้วยยาไม่หายและมีค่าใช้จ่ายตลอดชีวิต รวมถึงเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนที่จะตามมาอีกมากมาย การดูแลตนเองให้ห่างไกลจากเบาหวานเพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนตั้งแต่เนิ่นๆจึงมีความสําคัญมาก

ประโยชน์ของอินเดียน กู๊ดส์เบอร์รี่ หรือ มะขามป้อมอินเดีย
ตามตําราอายุรเวทโบราณของอินเดียกว่า 3,000 ปี มีการใช้อินเดียน กู๊ดส์เบอร์รี่ (Indian Gooseberry) หรือ มะขามป้อมอินเดีย (คําว่า "อายุรเวท" มาจาก "อายุส" หมายถึง อายุยืนยาว และ "เวท" หมายถึง องค์ความรู้ อายุรเวท จึงเป็นศาสตร์ที่ส่งเสริมให้สุขภาพดียืนยาวนั่นเอง) ผลไม้นี้มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Phyllanthus emblica ชาวอินเดียเรียกมลา (Amla) หรือ อมาลกะ (Amalaka) แปลว่า พยาบาล เป็นยาอายุวัฒนะ รักษา โรค บํารุงร่างกาย

ปัจจุบันพบว่าอินเดียน กู๊ดส์เบอร์รี่ มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ทั้งกระตุ้นการเผาผลาญน้ำตาล และไขมัน การปรับสมดุลหลอดเลือด การไหลเวียนเลือด การปรับระบบการย่อย และการดูดซึมอาหาร รวมถึง แก้หวัด ไอ เจ็บคอ ขับเสมหะ ใช้เป็นยาระบาย ใช้รักษาเลือดออกตามไรฟัน และแก้น้ำเหลืองเสีย ทั้งนี้เนื่องจากอินเดียน กู๊ดส์ เบอร์รี่ อุดมไปด้วยสารอาหารหลากหลายชนิด ได้แก่ ฟลาโวนอยด์ โพลีฟีนอล แทนนิน วิตามินซี เอ บี กรดอะมิโนไลซีน เมไธโอนีน และแร่ธาตุต่างๆ

เครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดีย - Super Sugar Cut Drink ตัดหวาน ตัดมัน ต่อชีวิต
ปัจจุบันมีการศึกษาวิจัยสารสกัดผลอินเดียน กู๊ดส์เบอร์รี่ มากขึ้นและนํามาสกัดเพื่อให้ได้สารออกฤทธิ์ที่เข้มข้นใน รูปแบบเครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดีย (1ซองมีสารสกัด 500มก.) มุ่งเน้นที่ประโยชน์ด้านการควบคุม น้ำตาลและไขมันในเลือดโดยเฉพาะ และพัฒนาให้มีจุดเด่นที่เหนือกว่ามะขามป้อมทั่วไป ดังนี้

1. คัดเลือกสายพันธุ์ต้นกําเนิดจากประเทศอินเดีย ปราศจากการตัดแต่งพันธุกรรม ยาฆ่าแมลง และสารกลูเตนที่อาจทําให้แพ้ ใช้การสกัดด้วยน้ำ 100% ด้วยอุณหภูมิสูงที่ได้รับรองสิทธิบัตรถึง 8 ฉบับควบคุมคุณภาพการผลิตจากสหรัฐอเมริกา 
2. มีสารสกัดมะขามป้อมอินเดียที่อุดมด้วยสารออกฤทธิ์ที่เข้มข้นกว่าผงมะขามป้อมทั่วไปถึง 20 เท่า โดยผงสกัดมะขามป้อมอินเดียเข้มข้น 1 กิโลกรัม ต้องใช้ผลมะขามป้อมอินเดียมากถึง 20 กิโลกรัม 
3. อุดมด้วยสารออกฤทธิ์ โดยเฉพาะสารกลุ่มแทนนินในปริมาณสูง จึงมีรสฝาดอ่อนๆ และมีประโยชน์ในการควบคุมน้ำตาลและไขมันในเลือด 
4. มีงานวิจัยรับรองผลลัพธ์การลดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด 
5. ปราศจากน้ำตาล โดยคัดเลือกสารให้ความหวาน ไอโซมอลต์ทูโลส (Isomaltulose) และ อีริทริทอล(Erythritol) ที่ปลอดภัย เหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำตาลในเลือด 
6. เข้มข้น แต่ละลายง่ายในน้ำอุ่น พร้อมดูดซึม
7. แต่งกลิ่นน้ำผึ้งและมะนาวธรรมชาติ (ฮันนี่เลมอน) รสชาติหอมอร่อย

งานวิจัยผลลัพธ์เครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดีย ลดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด 
งานวิจัยศึกษาผลของการลดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด โดยให้อาสาสมัครดื่มเครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อม อินเดีย 1,000 มิลลิกรัม หรือเทียบเท่า 2 ซองต่อวัน ให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพ ดังนี้
​​​​​นอกจากนี้อาสาสมัคร 33 คน ที่ดื่มเครื่องดื่มอินเดียน กู๊ดส์เบอร์รี่ วันละ 1,000 มิลลิกรัม หรือ 2 ซอง ทุกวัน เป็นเวลา 2 เดือน รู้สึกได้ว่า สุขภาพหลอดเลือดดีขึ้น สดชื่นไม่เหนื่อยง่าย ขับถ่ายดีขึ้น นอนหลับดีขึ้น และ ร่างกายเผาผลาญดีขึ้น
== ตัดหวาน ตัดมัน ต่อชีวิต ==

คําแนะนําและวิธีรับประทาน เครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดีย 
เหมาะสําหรับ

• ผู้ที่ชอบกินอาหารหวานและมัน 
• ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพ ควบคุมน้ำตาลและไขมันในเลือด 
• ผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานหรือความผิดปกติของโรคไขมันในหลอดเลือด

วิธีรับประทาน Super Sugar Cut Drink
• วันละ 2 ซอง ชงน้ำร้อน 50 มิลลิลิตร ดื่มทุกวันหลังอาหาร เช้า-เย็น
• สามารถชงดื่มพร้อมหรือหลังมื้อขนมหวาน ดื่มได้สูงสุดวันละ 4 ซอง 

ข้อมูลทั่วไป
ปริมาณบรรจุ : กล่องละ 10 ซอง (1ซองมีสารสกัด500มก.) โดย 6 กล่อง (60ซอง) สามารถดื่มได้ 1 เดือน (หากดื่ม 2 ซองต่อวัน) 
วันที่ผลิต (MFD) และ วันหมดอายุ (EXP) : ระบุอยู่ที่บรรจุภัณฑ์ (วันที่ เดือน ปี ค.ศ.) 
อายุผลิตภัณฑ์ : 2 ปี 7 เก็บในที่แห้งและเย็น ควรเก็บให้พ้นจากแสงแดด 
พลังงานต่อ 1 ซอง: 10 กิโลแคลอรี แต่งกลิ่นน้ำผึ้งและมะนาวธรรมชาติ (ฮันนี่เลมอน) ปราศจากน้ำตาล สารกันเสีย สีสังเคราะห์

คําถามที่พบบ่อย: เครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดีย - Super Sugar Cut Drink
1. จุดเด่นของเครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดีย Super Sugar Cut Drink คืออะไร
ตอบ เครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดีย สกัดให้ได้สารกลุ่มแทนนินที่เข้มข้นกว่ามะขามป้อมผงบดทั่วไป ถึง 20 เท่า มีงานวิจัยรับรองผลลัพธ์ในการลดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด คัดเลือกสายพันธุ์ต้นกําเนิด จากประเทศอินเดีย ปราศจากการตัดแต่งพันธุกรรม ยาฆ่าแมลง ปราศจากน้ำตาล สารกันเสียและสี สังเคราะห์ สารกลูเตนที่อาจก่อการแพ้ ควบคุมคุณภาพการผลิตจากสหรัฐอเมริกา ได้รับรองสิทธิบัตรถึง 8 ฉบับ เข้มข้น ละลายง่าย พร้อมดูดซึม รสชาติหอมอร่อย

2. เครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดียเพาะปลูกอย่างไร เก็บเกี่ยวอย่างไร ใช้สายพันธุ์ใด และผ่านกระบวนการสกัดแบบใด
ตอบ สกัดมาจากมะขามป้อมอินเดียที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Phyllanthus emblica ซึ่งเป็นสายพันธุ์ท้องถิ่น และดั้งเดิมของประเทศอินเดีย เพาะปลูกแบบไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ไม่ตัดแต่งพันธุกรรม ผ่านกระบวนการสกัด ด้วยน้ำ 100% ได้รับสิทธิบัตรถึง 8 ฉบับ ทําให้ได้ปริมาณสารสําคัญของสารสกัดที่สูงกว่าการสกัดทั่วไป

3. เครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดียมีความเข้มข้นเท่าไร เมื่อเทียบกับมะขามป้อมทั่วไป
ตอบ การได้มาซึ่งเครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดีย 1 ส่วน ต้องใช้มะขามป้อมอินเดียถึง 20 ส่วน นํามาผ่านการสกัดให้ได้สารออกฤทธิ์ที่เข้มข้น จึงอาจเรียกได้ว่าผงสกัดมะขามป้อมอินเดียมีความเข้มข้นมากกว่า มะขามป้อมทั่วไปถึง 20 เท่า

4. ส่วนประกอบสําคัญต่อ 1 ซอง ระบุ มีสารสกัดมะขามป้อมอินเดีย 500 มก. (27.89%) หมายความว่าอย่างไร
ตอบ น้ำหนักของสารสกัดมะขามป้อมอินเดีย 500 มิลลิกรัมต่อซอง หรือ 0.5 กรัม แต่ในสูตรจะมีส่วนผสม อื่นๆเช่นสารให้ความหวานแทนน้ำตาล และส่วนผสมอื่น รวมเป็นน้ำหนักต่อซอง 1.793 กรัม ซึ่งสารสกัดฯ 0.5 กรัม คิดเป็น 27.89% ของน้ําหนักส่วนผสมทั้งหมดในซอง 1.793 กรัม

5. เครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดีย สกัดแล้วได้สารสําคัญอะไร
ตอบ สารออกฤทธิ์กลุ่มแทนนินที่มีรสฝาดอ่อนๆ ปริมาณสูง มีประโยชน์ช่วยควบคุมน้ำตาลและไขมันในเลือด

6. เครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดียมีกลไกในการลดระดับน้ำตาลในเลือดอย่างไร
ตอบ สารสกัดมะขามป้อมอินเดียช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทํางานของอินซูลินโดยไปกระตุ้นการทํางานของ เซลล์ตัวรับอินซูลิน (Insulin Receptor) ส่งผลให้ร่างกายดึงน้ำตาลในเลือดเข้าเซลล์ไปใช้เป็นพลังงาน ระดับน้ำตาลในเลือดรวมถึงน้ำตาลสะสม HbA1c จึงลดลงเมื่อดื่มต่อเนื่อง

7. เครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดียมีกลไกในการลดไขมันร้ายในเลือดได้อย่างไร
ตอบ เครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดียช่วยให้ร่างกายนําไขมันที่สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกายมา เผาผลาญเป็นพลังงานมากขึ้น นอกจากนี้จากผลของการช่วยลดน้ำตาลในเลือด ทําให้ร่างกายมีแหล่ง พลังงานจากการดึงน้ำตาลไปใช้ ส่งผลให้ตับไม่ต้องสร้างแหล่งพลังงานทดแทน จึงลดการสร้างไขมันร้าย ไตรกลีเซอไรด์ และ คอเลสเตอรอล LDL อีกทั้งยังเพิ่มปริมาณของไขมันดี HDL กับร่างกายได้อีกด้วย 

8.ต้องดื่มนานเท่าไหร่ถึงจะเริ่มเห็นผลลัพธ์การลดระดับน้ำตาลในเลือด 
ตอบ จากผลลัพธ์งานวิจัยจะพบว่า การดื่มเครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดีย 2 ซอง หรือ 1,000 มก. หลังมื้ออาหาร สามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ทันทีเมื่อเทียบกับไม่ได้ดื่ม นอกจากนี้การดื่ม ติดต่อกันเป็นเวลา 1 เดือน เช้า-เย็น จะช่วยลดน้ําตาลสะสม HbA1c ในเลือดได้

9. ต้องดื่มนานเท่าไหร่ถึงจะเริ่มเห็นผลลัพธ์การลดไขมันในเลือด
ตอบ จากผลลัพธ์งานวิจัยจะพบว่าการดื่มเครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดีย 2 ซอง หรือ 1,000 มก. ต่อ วัน ช่วยลดระดับไขมันร้ายไตรกลีเซอไรด์ และ คอเลสเตอรอล LDL ได้ภายใน 3 เดือน

10. หากดื่มมากกว่า 2 ซองต่อวัน จะช่วยลดระดับน้ำตาลได้มากขึ้นหรือไม่
ตอบ งานวิจัยพบว่าดื่มวันละ 2 ซองเริ่มเห็นผลลัพธ์การควบคุมน้ำตาลในเลือด ทั้งนี้สามารถชงดื่มได้สูงสุดวันละ 4 ซอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการลดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด โดยแนะนําชงร้อนดื่มประจําเช้าเย็นและดื่มเพิ่มพร้อมหรือหลังมื้ออาหารหวาน หรือของว่างยามบ่าย อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและควรดูแลการควบคุมอาหารร่วมด้วย

11. ทําไมบางคนดื่มแล้ว น้ำตาลและไขมันในเลือดไม่ลดลง
ตอบ แม้ว่างานวิจัยจะยืนยันว่าการดื่มทุกวันต่อเนื่องภายใน 1 เดือนก็ลดน้ำตาลสะสมในเลือดได้ และการดื่ม 3 เดือน ช่วยลดไขมันร้าย LDL และ Triglyceride ได้ แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ความสม่ำเสมอใน การดื่มหลังอาหารและมื้อขนมของหวาน รวมทั้งการควบคุมอาหารและการออกกําลังกายด้วย

12. ทําไมกินแล้วบางคนถึงรู้สึกขับถ่ายดีขึ้น
ตอบ หนึ่งในประโยชน์ของมะขามป้อมอินเดีย คือการปรับสมดุลระบบทางเดินอาหาร รวมทั้งมีฤทธิ์ช่วยระบายอ่อนๆ ดังนั้นจึงช่วยให้ระบบการขับถ่ายดีขึ้นได้ในบางคน

13. เคยได้ยินว่า มะขามป้อมกินแก้ไอ ขับเสมหะ เครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดีย สามารถบรรเทาอาการเหล่านี้ได้หรือไม่ ตอบ ประโยชน์ของมะขามป้อมอินเดียมีคุณสมบัติช่วยให้ชุ่มคอจึงช่วยแก้ไอ เจ็บคอ ขับเสมหะได้ แต่ เครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดียเน้นสารสกัดมะขามป้อมอินเดียเข้มข้นซึ่งมีฤทธิ์ในการควบคุมระดับ น้ำตาลและไขมันในร่างกายเป็นหลัก

14. เครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดียต่างจากสารสกัดมะขามป้อมในรูปแบบแคปซูลในท้องตลาดอย่างไร
ตอบ เครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดีย ใช้สารสกัดมะขามป้อมอินเดียที่เข้มข้นถึง 20 เท่า (ใช้มะขามป้อม อินเดียถึง 20 กก. สกัดให้ได้สารสกัดเข้มข้น 1 กก.) และมีกระบวนการสกัดที่จดสิทธิบัตรถึง 8ฉบับให้ได้ สารสําคัญปริมาณสูงที่ช่วยควบคุมน้ำตาลและไขมันในเลือด จึงไม่ต้องกินในปริมาณมากก็ได้สารที่ออกฤทธิ์ เพียงพอ แต่แคปซูลสารสกัดทั่วไปอาจมีความเข้มข้นน้อยกว่า และต้องกินในปริมาณมากกว่า

15. ไอโซมอลต์ทูโลส (Isomaltulose) ที่ใช้แทนน้ำตาลทรายในการให้ความหวาน มีข้อดีอย่างไร
ตอบ ไอโซมอลต์ทูโลส เป็นสารทดแทนน้ําตาลที่มีค่า Glycemic Index ต่ำ จึงไม่ทําให้ระดับน้ำตาลในเลือด สูงแบบน้ำตาลทราย รับรองประสิทธิภาพและคุณภาพความปลอดภัยโดย European Food Safety Authority (EFSA) และ ได้ GRAS (Generally recognized as safe) จาก อย.สหรัฐอเมริกา USFDA

16. อีริทริทอล (Erythritol) ที่ใช้แทนน้ำตาลทรายในการให้ความหวาน มีข้อดีอย่างไร
ตอบ อิริทริทอล เป็นสารให้ความหวานทดแทนน้ำตาลทรายที่ปราศจากพลังงาน รสชาติคล้ายน้ำตาลทราย เหมาะกับผู้ที่คุมน้ำตาลในเลือด รับรองความปลอดภัยจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (USFDA)

17. ทําไมถึงรู้สึกถึงรสฝาดในเครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดีย
ตอบ รสฝาดเป็นรสธรรมชาติของมะขามป้อมอินเดีย มาจากสารสําคัญในกลุ่มแทนนินซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ หลักที่มีประโยชน์ ซึ่งเครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดียมีแทนนินที่มีความเข้มข้น และมีปริมาณสูงจึงมีรส ฝาดบ้าง แต่การแต่งรสและกลิ่นน้ำผึ้งมะนาวช่วยให้รสกลมกล่อม ดื่มง่าย

18. หากต้องการเพิ่มรสหวาน สามารถเติมน้ำตาลเพิ่มได้หรือไม่
ตอบ เครื่องดื่มนี้ออกแบบมาเพื่อการควบคุมน้ำตาลในเลือด การเติมน้ำตาลทรายจึงอาจขัดแย้งกับ วัตถุประสงค์ของผลิตภัณฑ์ และมีการแต่งรสหวานด้วยสารทดแทนน้ำตาลที่ปลอดภัยแล้ว แต่ยังหาก ต้องการเพิ่มรสหวานแนะนําให้ใช้น้ำตาลเทียม หรือ สารสกัดหญ้าหวาน สตีเวีย หรือ น้ำผึ้งเพียงเล็กน้อย

19. สามารถชงดื่มกับน้ำเย็นหรือไม่ใช้น้ำร้อนได้หรือไม่
ตอบ แนะนำให้ชง 1 ซอง ละลายน้ำร้อนหรือน้ำอุ่นประมาณ 50 มิลลิลิตร เพื่อให้ได้รสชาติและการละลายที่ ดีกว่า การชงดื่มในน้ำเย็นอาจทําให้การละลายไม่ดีแต่ไม่ได้ทําให้ประโยชน์ของมะขามป้อมอินเดียหายไป

20. หากต้องการชงในน้ำเย็นหรือผสมในเครื่องดื่มเย็น หรือ เทผงสารสกัดใส่ปากโดยตรงได้หรือไม่
ตอบ ผงสารสกัดละลายได้ดีในน้ำอุ่น ละลายยากในน้ำเย็น แต่สามารถคนให้กระจายตัวและดื่มได้ เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะย่อยและดูดซึมได้ปกติ หรือสามารถชงในน้ำอุ่นแล้วเติมน้ำแข็งก็ได้ แต่ไม่แนะนําให้เทผงสารสกัด ใส่ปากอาจทําให้สําลักผงเป็นอันตรายได้

21. การชงดื่มด้วยน้ำร้อนจะส่งผลให้สารอาหารที่อยู่ในมะขามป้อมอินเดียหายไปหรือไม่
ตอบ สารสําคัญต่างๆในมะขามป้อมอินเดียไม่ถูกทําลายด้วยน้ำร้อน ดังจะเห็นได้ตั้งแต่อดีตว่ามีการนํามะขามป้อมมาแช่ในน้ำร้อนก่อนกินเพื่อให้ได้สารออกฤทธิ์ที่มากขึ้น

22. ทําไมถึงควรดื่มเครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดียหลังมื้ออาหาร
ตอบ เนื่องจากการกินอาหารไม่ว่าจะเป็นอาหารหลักหรืออาหารหวาน ย่อมมีน้ำตาลหรือแป้งอยู่ในนั้น จะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นมากที่สุดหลังอาหาร ดังนั้นเพื่อประสิทธิภาพในการควบคุมระดับน้ำตาล ควรดื่มพร้อมหรือหลังมื้ออาหารและยังดื่มเพิ่มในมื้อพิเศษที่กินอาหารว่างหรือของหวานได้ด้วย

23. สามารถดื่มเครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดียขณะท้องว่าง หรือระหว่างมื้ออาหารได้หรือไม่
ตอบ สามารถดื่มได้ ไม่ส่งผลอันตรายต่อร่างกายอย่างใด แต่แนะนําให้ดื่มหลังมื้ออาหารเพื่อประสิทธิภาพ ในการคุมน้ำตาลจากมื้ออาหาร

24. ดื่มเครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดียได้สูงสุดวันละกี่ชอง หากดื่มมากเกินไปจะมีผลข้างเคียงอย่างไร ทําให้น้ำตาลตกและหน้ามืดหรือไม่ 
ตอบ ชงดื่มได้สูงสุดวันละ 4 ซอง มีความปลอดภัยสูง ไม่ทําให้น้ำตาลตกหรือเกิดอาการหน้ามือในบุคคลทั่วไป แต่หากดื่มมากเกินไปจะมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ ทําให้ท้องเสียในบางคนได้

25. สามารถดื่มเครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดียได้ต่อเนื่องนานแค่ไหน จะสะสมเกิดอันตรายหรือไม่
ตอบ สามารถดื่มได้ต่อเนื่องทุกวัน เพราะเป็นสารสกัดที่ปลอดภัยสูง ไม่ก่อให้เกิดอันตรายหรือสะสมเป็นพิษ

26. สามารถดื่มเครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดียเพื่อการลดน้ำหนัก ลดความอ้วน กระชับสัดส่วนได้หรือไม่
ตอบ เครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดียไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก แต่เน้นเรื่องการควบคุมน้ำตาลและไขมันในเลือด ผู้ที่มีภาวะอ้วนซึ่งมีความเสี่ยงน้ำตาลและไขมันในเลือดสูงจึงได้ประโยชน์โดยตรง นอกจากนี้สารสกัดมะขามป้อมอินเดียมีส่วนช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันในร่างกายไปใช้เป็นพลังงาน และมีงานวิจัยรายงานว่าช่วยให้น้ำหนักตัวลดลงได้เมื่อดื่มต่อเนื่อง 12 สัปดาห์ อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและควรควบคุมอาหาร ออกกําลังกายร่วมด้วย 

27. คนที่ไม่มีปัญหาสุขภาพ น้ำตาลและไขมันในเลือดไม่สูง สามารถดื่มเครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดียได้หรือไม่ จะได้ประโยชน์อะไร 
ตอบ แม้ไม่มีปัญหาสุขภาพก็สามารถดื่มได้หลังมื้ออาหาร หรือมื้อขนมหวาน เพื่อควบคุมระดับน้ำตาล ลดความเสี่ยงของภาวะน้ำตาลสะสมและไขมันร้ายในเลือดสูง เพิ่มการเผาผลาญไขมัน เพิ่มไขมันดี HDL

28. เด็ก สตรีมีครรภ์ หรือให้นมบุตรดื่มเครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดีย ได้หรือไม่
ตอบ ไม่มีข้อห้ามการดื่มสําหรับเด็ก สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร อย่างไรก็ตามไม่มีข้อมูลการศึกษายืนยัน ความปลอดภัยและอาจไม่มีความจําเป็นในการควบคุมระดับน้ำตาลในกลุ่มคนดังกล่าว ส่วนผู้ที่มีภาวะเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์อาจควบคุมระดับน้ำตาลได้ยาก หากต้องการดื่มควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลโดยตรง

29. ผู้ป่วยเบาหวานที่ทานยาเบาหวานหรือใช้อินซูลินฉีดอยู่ ดื่มเครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดีย ได้หรือไม่
ตอบ สามารถแนะนําได้แม้ไม่มีข้อห้ามใช้ แต่มีข้อควรระวัง เพราะสารสกัดมะขามป้อมอินเดียมีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ดังนั้นผู้ป่วยที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีพอควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลโดยตรงเพื่อรับคําแนะนําเพราะอาจมีผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลได้

30. ผู้ป่วยโรคไต ดื่มเครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดีย ได้หรือไม่
ตอบ สามารถแนะนําได้ เพราะไม่มีน้ำตาลและโซเดียมที่เป็นอันตรายต่อไต อย่างไรก็ดีในผู้ป่วยโรคไตที่มีความรุนแรงและมีความกังวลใจควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลโดยตรงก่อนรับประทาน
Copyright 2015-2020 indiangooseberry.shop
One framework, every device. v2
Contact Admin